Share

สิ่งที่ควรรู้...เมื่อแอร์เปิดแล้วไม่เย็น เกิดจากสาเหตุใด?

Last updated: 4 Feb 2026
44 Views

สิ่งที่ควรรู้…เมื่อเปิดแอร์แล้วไม่เย็น เกิดจากสาเหตุใด?



ปัญหายอดฮิตสำหรับใครหลายคนเป็นอาการที่หลายบ้านต้องเจอ  แต่บางกรณีก็เป็นสัญญาณเตือนว่าแอร์กำลังเสื่อมสภาพลง และอาจถึงเวลาซ่อมใหญ่หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่



มาดูกันว่าอาการหลัก ๆ มีอะไรบ้าง


1. แอร์ไม่ได้ล้างมานาน ทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน แผงคอยล์เย็นและแผงกรองอากาศ ทำให้ฝุ่นที่สะสมมานานเข้าไปขวางทางลม ลมออกเบา ความเย็นลดลง
  • ควรล้างแอร์ทุก 6 เดือน
2. น้ำยาแอร์หมดหรือรั่ว แอร์ยังทำงานได้ปกติแต่ลมที่ออกมาไม่เย็น

อาการที่พบ
  • ลมออกแต่เป็นลมธรรมดา
  • กว่าจะเย็นใช้เวลานานกว่าปกติ
  • น้ำแข็งเกาะที่คอยล์เย็น
  • การเติมน้ำยาอย่างเดียวยังไม่จบ ต้องหารอยรั่วด้วย
3. คอมเพรสเซอร์เริ่มเสื่อมเกิดจากอายุการใช้งานที่ยาวนาน หากเริ่มอ่อนกำลัง แอร์จะไม่เย็นหรือเย็นช้ามาก

ค่าใช้จ่ายในการซ่อมหรือเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ราคาค่อนข้างแพง

4. พัดลมคอยล์ร้อน(ตัวที่ติดตั้งอยู่ด้านนอก) หรือคอยล์เย็น (ตัวที่ติดตั้งอยู่ด้านใน) ทำงานผิดปกติพัดลมหมุนช้าลงหรือไม่หมุนเลย ทำให้ความร้อนระบายออกไม่ทัน อาการแบบนี้ทำให้แอร์ไม่เย็น

สาเหตุที่มักพบบ่อย
  • มอเตอร์พัดลม(คอยล์ร้อนเสีย)
  • ตัวเก็บประจุเสื่อมสภาพ
  • มีสิ่งของเข้าไปติดหรือกีดขางการทำงานของคอยล์ร้อน

5. มีน้ำแข็งเกาะที่แผงคอยล์เย็น (ตัวติดตั้งด้านใน)
      หลายคนเข้าใจผิดคิดว่ามีน้ำแข็งเกาะยิ่งเย็น แต่เปล่าเลย นั้นเป็นการที่บ่งบอกว่าระบบคอยล์เย็นเริ่มทำงานผิดปกติ หรือเสื่อม
เมื่อมีน้ำแข็งมาเกาะ อาจทำให้เครื่องเสียหายหนักขึ้น หรือบางกรณีอาจชำรุดหรือเสียไปเลยต้องซ่อมเสียค้าใช้จ่ายแพง

6. แผงวงจรหรือเซนเซอร์ ส่งสัญญาณว่ากำลังจะเสียหรือเสื่อมสภาพลง อาการ

  • แอร์จะติด ๆ ดับ ๆ
  • รีโมทไม่สั่งการ
  • คอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน

7. ขนาดของห้องไม่บันลานซ์กับขนาด BTU ที่ใช้งาน ควรคำนวณขนาดของห้องก่อนซื้อแอร์ใหม่

วิธีคำนวณ : กว้างxยาวxค่าคงที่

ลักษณะห้อง                                                                           ค่าคงที่ที่ใช้คูณ
ห้องนอน / ห้องทั่วไป แดดไม่แรง                                              600
ห้องโดนแดด / ชั้นบน / หลังคาร้อน                                          700–800
ห้องกระจกเยอะ / คนอยู่หลายคน / มีเครื่องใช้ไฟฟ้ามาก         800–1,000

ตัวอย่าง

  • ห้องนอนขนาด 4x5 = 20
  • เอาจำนวนขนาดของห้องที่ได้ คือ  จำนวน 20x600 (ค่าคงที่ที่ใช้คูณ)  =12000 ดังนั้นขนาดBTU ที่เหมาะสม คือ 12000 BTU นั้นเอง

8. แอร์เก่าแล้ว 

      แอร์เกินกว่า 10 ปี ประสิทธิภาพลดลงต่อให้ซ่อมก็เย็นไม่เท่าเดิม และกินไฟมากขึ้น ในกรณีนี้หลายบ้านเลือกที่จะเปลี่ยนแอร์เครื่องใหม่ ขายให้ร้านรับซื้อแอร์เก่าเพื่อนำเงินมาสมทบซื้อเครื่องใหม่

สรุป

      สาเหตุแอร์ไม่เย็นอาจเกิดได้จากปัญหาเล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงปัญหาใหญ่ๆ เช่น คอมเพรสเซอร์เสีย คอยล์ร้อน คอยล์เย็นเสีย ซ่อมแล้วอาจไม่คุ้ม การเปลี่ยนเครื่องใหม่อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่าในระยะยาว

      ข้อแนะนำ: แอร์เครื่องเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ยังสามารถนำไปขายได้ ช่วยเปลี่ยนแอร์เก่าให้กลายเป็นเงินสด หากคุณกำลังมองหาร้านรับซื้ออยู่ สามารถสอบถามราคากับ >>> ผู้ให้บริการรับซื้อแอร์เก่ารื้อถอนให้ฟรี


Related Content
แอร์เก่าควรขายหรือซ่อมดี
หลายคนเมื่อแอร์เริ่มไม่ค่อยเย็น มีเสียงดัง หรือน้ำหยด ก็มักลังเลว่าจะ ซ่อมดี หรือ ขายแอร์เก่า
18 Nov 2025
เช็คสภาพแอร์ก่อนนำไปขาย
เมื่อแอร์ที่บ้านเริ่มเก่า เสียบ่อย มีหลายเรื่องที่ควรรู้และควรเตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อให้ขายได้ง่าย ได้ราคาดี และไม่ยุ่งยากภายหลัง
18 Nov 2025
10 สัญญาญเตือนที่คุณต้องเปลี่ยนแอร์ใหม่
10 สัญญาญเตือนที่บ่งบอกว่าแอร์ที่คุณใช้งานอยู่นั้น พร้อมเปลี่ยนใหม่ได้หรือยัง ลองมาเช็กดูอาการ
18 Nov 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy and Cookies Policy
Compare product
0/4
Remove all
Compare
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy